การคัดค้านของอะลีต่อการตัดสินใจ…ของบรรดาสาวก ตอนเริ่ม..

 

muslims

 

ขอจบรรกไกิาวกมีบางคนถามว่า เพราะเหตุใดที่การชุมนุมกันที่สะกีฟะฮ์ ท่านอะลีจึงไม่ยกเอาการแต่งตั้งท่านที่ฆอดีรคุมโดยท่านศาสดา พวกเขาถามว่า ทำไมท่านจึงไม่บอกผู้อพยพ (มุฮาญิรี,น) และผู้ช่วยเหลือ (อันศอร) ว่าท่านได้รับการแต่งตั้งโดยท่านศาสดา ดังนั้นจึงไมมีใครแข่งขันในการสืบทอดตำแหน่งหรืออ้างตำแหน่งคอลีฟะฮ์กับท่านได้ ประซาชนนับแสนคนที่ชุมนุม ณ ฆอดีคุมพากันลืมสิ่งที่พวกเขาเห็นเป็นพยานแล้วหรือคำตอบก็คือ อันที่จริงท่านอิมามยกเรื่องฆอดีรคุมขึ้นมา ทุกครั้งที่มีโอกาสที่จะพิสูจน์ความชอบธรรมเกี่ยวกับการเรียกร้องในตำแหน่งผู้สืบทอดและปฏิเสธมติที่เกิดขึ้นที่สะกีฟะฮ์ ทั้งยังเตือนประชาชนในสิ่งที่เกิดขึ้นตัวอย่างดังนักประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ดังต่อไปนี้เมื่อฟาฏิมะฮ์บุตรสาวของท่านศาสดาพร้อมด้วยท่านอะลีขอความช่วยเหลือจากบรรดาสาวก พวกเขากล่าวว่า โอ้บุตรีแห่งท่านศาสดาเราได้ให้สัตยาบันกับอบูบักร ไปแล้ว ถ้าอะลีมาหาเราก่อนหน้านี้ แน่นอนเราจะไม่ ปฏิเสธเขา ดังนั้นท่านอะลีจึงกล่าวว่า  เครื่องดักฟังเสียง ”เป็นการเหมาะสมหรือที่เราจะทะเลาะเบาะแว้งกันเกี่ยวกับตำแหน่งคอลีฟะฮ์ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ฝังร่างท่านศาสดา”คล้ายกับในวันที่คณะที่ประชุม 6 คน มีการปรึกษาหารือกันและอับดุรเราะฮ์มาน บุตรเอาฟ้ แสดงความเอนเอียงอย่างชัดเจนว่าอุศมานจะได้รับเลือกเป็นคอลีฟะฮ์ ท่านอิมามกล่าว “ฉันจะแสดงความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสํได้แก่พวกท่าน ขอสาบานต่อพระเจ้า มีใครในหมู,พวกท่านหรือไม,ที่ท่านศาสดากล่าวถึงว่า

“ผู้ใดก็ตามที่ฉันเป็นนายของเขาจนกระทั้งบัดนี้ แท้จริงอะลืคือนายของเขา โอ้พระผู้อภิบาลของพระองค์ทรงรัก ผู้ที่รักอะลืและช่วยเหลือผู้ที่’ช่วยเหลืออะลี”

และทั้งให้นำสิ่งนี้ไปแจ้งให้กับผู้ที่ไม่ได้อยู่ที่นั่น สมาชิกคณะที่ประชุมทั้งหมดยืนยันความจริงในสิ่งที่ท่านพูด ด้วยการกล่าวว่า “ไม่มีใครสามารถกล่าวอ้างสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดได้” อุปกรณ์นักสืบ นับเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สาวกจำนวน 30 คนเป็นพยานยืนยันสิ่งที่พวกเขาได้เห็นในฆอดีรคุม ณ การชุมนุมที่มัสยิดเราะฮ์บะฮ์นักประว้ติศาสตร์รายงานว่าวันหนึ่งท่านอะลีกล่าวในขณะเทศนาธรรมที่มัสยิดแห่งนี้ว่า “โอ้มุสลิมทั้งหลาย ฉันขอสาบานต่อท่านทั้งหลายด้วยพระผู้เป็นเจ้าว่า ผู้ใดในหมู่พวกท่านที’เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณฆอดีร คุม ซึ่งท่านศาสดา (ขอความสันติพึงมีแด่ท่านและวงค์วาน) ประกาศให้ฉันเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของท่าน และเห็นประชาชนเข้ามาให้สัตยาบานต่อฉัน จงยืนขึ้นเป็นพยานเถิด”ณ จุดนี้คน 30 คนที่อยู่ที่นั่นได้ยืนขึ้นและยืนยันด้วยเสียงอันดังเป็นพยานสิ่งที่พวกเขาเห็น ณ ฆอดีร คุมบุคคลอื่นๆ ที่เล่าเหตุการณ์นี้กล่าวว่า “ประชาชนจำนวนมากยืนขึ้นเพื่อยืนยัน)ประจักษ์พยานต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ฆอดีร คุมนี้เกิดขึ้นที’มัสยิดเราะฮ์บะฮ์ระหว่างการดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮ์ของท่านอะลีในปีที่ 35 หลังการอพยพ ขณะที่การแต่งตั้งท่านอะลีเป็นผู้สืบทอด เกิดขึ้นในพิธีฮัจญ์อำลาซึ่งเกิดขึ้นในปีที่ 10 หลังการอพยพ นั่นคือ 25 ปีก,อนหน้า (34)เมื่อพิจารณาความจริงที่ว่าสาวกอาวุโสของท่านศาสดาจำนวนมากต้องเสียชีวิตไปในระหว่างหนึ่งในสี่ของศตวรรษดังกล่าว และจำนวนมาดต้องได้รับบาดเจ็บจากสงครามในสมัยคอลีฟะฮ์ 3 เครื่องจับกิ๊ก คนแรก และสาวกจำนวนมากก็ไม่ได้พำนักอยู่ที่เมืองกูฟะฮ์ แต่กระจัดกระจายไปอยู่ตามเมืองอื่นๆ ความสำคัญข้อยืนยันทางประว้ตศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ฆอดีร คุมนี้จึงชัดเจน อิมามอะฮ์มัด บุตรฮัมบัลบันทึกไว้ว่า

“มีชายเพียง 3 คนที่ไม,ๆได้ยืนขึ้น แต่’ทั้งสามคนก็อยู่ที่ฆอดีร คุมด้วย ท่านอะลีสาบแช่งพวกเขาและต่อมาทั้งหมดก็เจ้บปวย” (อบูอัล ตุเฟลกล่าว1ว่า “เมื่อฉันละออกจากมัสยิดเราะฮ์บะฮ์ฉันถามตัวเองถึงความล้มเหลวของประชาชาติที่ล้มเหลวต่อการกระทำที่สอดคล้องกับวจนะแห่งฆอดีรคุม ฉันได้พบกับเซด บุตรอัรกอมเพื่อปรึกษาหารือเรื่องนี้กับเขาและบอกว่า “ฉันได้ยินท่านอะลีกล่าวเช่นนั้นๆ” เชดตอบว่า “ความจริงของเรื่องที่ท่านพูดไม,อาจปฏิเสธได้ ฉันเองก็ได้ยินจากท่านศาสดา (ขอความสันติพึงมืแด่ท่านและวงคัวาน)” ท่านอะลีกล่าวถึงวจนะเกี่ยวกับฆอดีรคุมเพื่อสนับสนุนข้ออ้างของท่านในเหตุการณ์อื่นๆ อีกหลายเหตุการณ์ ท่านกล่าวถึงในฐานะข้อพิสูจน์ตำแหน่งอิมามของท่านระหว่างสงครามอูฐ สงครามซิฟพึนและที่เมืองกูฟะอ์เช่นเดียวกับในมัสยิดของท่านศาสดาที่เมืองมะดีนะฮ์ ในเหตุการณ์ที่ชนชั้นนำของผู้อพยพและสาวกของท่านศาสดากว่า 200 คนอยู่ที่นั่น (37)นอกจากนี้ปัจจัยมากมายมายยังสกัดทั้นท่านอะลีให้ไม่สามารถแสดงปฏิกิริยาที่แข็งกร้าวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ สะกีพํะฮ์ และทำให้ท่านต้องเลือกหนทางของความอดทนอดกลั้นแทน อ้นเป็นความอดทนที่ท่านเองอธิบายว่า “คือหนามที่อยู่ในดวงตาและกระดูกที่อยู่ในสำคอ”  เครื่องติดตามรถยนต์ จะเป็นการเหมาะสมยิ่ง ณ ที่นี้ ที่จะกล่าวถึงบางประโยคจากคำตอบของอัลลามะฮ์ชะรอฟุดดีนถึงเซคสะลืม อัลบิ’ซรี!โ’ว่า”ทุกคนรู้ว่าท่านอิมาม (อะลี) และสหายของท่านจากตระกูลฮาชิมรวมทั้งตระกูลอื่นๆ ไม่ได้อยู่ที่สะกีฟะฮ์ เมื่อการให้สัตยาบันต่ออบูบักรเกิดขึ้นใน ความเป็นจริงพวกเขาไม่แม้แต่จะย่างก้าวไปที่นั่น เนื่องจากสาละวนอยู่กับภาระการเตรียมฝังศพของท่านศาสดาที่เคร่งเครียดและเศร้าสลด

จนไม่สามารถคิดสิ่งใดนอกจากนี้ได้”พิธีฝังศพท่านศาสดายังคงไม่เรียบร้อยเมื่อประชาชนที่ชุมนุมกันอยู่ที่สะกีฟะฮ์เสร็จสิ้นภารกิจของพวกตน พวกเขาให้สัตยาบันต่ออบุบักร สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อเขา และด้วยวิสัยทัศน์โดดเด่นเขายินดีที่จะเผชิญหน้าต่อพัฒนาการของการคุกคามใดๆ ที่จะทำให้รัฐอ่อนแอย่างเข้มแข็ง”จากนั้นท่านอะลีได้อ้างเหตุผลกรณีของท่านต่อประชาชนในสถานะใดๆ หรือไม่ สัญญาณโทรศัพท์ และท่านได้รับโอกาสที่จะให้สัตยาบันต่ออบูบักรหรือไม่ ปฏิปักษ์ของท่านไม่ได้แสดงเล่ห์เพทุบายและความฉลาดหลักแหลมทางการเมืองหรือความหวาดหวั่นความรุนแรง แม้ในยุคสมัยของเรา มืผู้คนมากมายเท่าใดแล้วที่พบว่าเป็นไปไดีในการก่อการปฏิว้ติต่อรัฐบาลและขับไล่พวกเขาออกไปอย่างงายดาย ด้วยความกดดันของความนิยม และถ้าบางคนมืเจตนาที่จะกระทำ เขาจะถูกปล่อยไว้โดยไม่ถูกทำให้ยุ่งยากหรือ

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…

 

เครื่องดักฟังระยะไกล

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s