ขั้นตอนการปฎิบัติในการเป็นสายลับมีหลายขั้นตอน

วิ่งไปทางใต้ห่างบันไดลงราว ๓ เมตร จ้องปีนมายังข้าพเจ้าให้มาและลง บันได พวก E.C.A ชื่อ Bisgood ได้เข้าบังตัวข้าพเจ้าไว้ มนัสก็ขู่ว่าอย่ายุ่ง จะยิง แกเลยหลบไป ข้าพเจ้าก็เลยเห็นท่าไม่ดีถ้าเกิดยิงกันพวกฑูตคงบาด เจ็บมาก ก็เลยบอกว่าอย่าทำอย่างนั้นเดี๋ยวปีนลั่นถูกคนตาย เขาเลยบอก ว่าให้ลงบันไดเอาปีนกลจี้ไปข้าพเจ้าเลยเดินลงบันไดเลี้ยวขวา เลียบเขื่อนไปลงเรือเปิดหัวที่หน้า กองเรือกลเก่าทางใต้ พร้อมกับสิงห่โตและสนิท แต่งกายสากล เขาให้ลงเรือ แล้วก็เดินเครื่องออกไปทางเหนือผ่านเรือแมนฮัตตัน พวกในเรือมาโบกมือ เครื่องติดตามตัวราคา  ข้าพเจ้าโบกมือตอบ น.ต.มนัสเอาปีนขู่จะยิง พวกในเรือทุกคนหมอบกัน ราบเรียบบังกราบเรือ มนัสเอาปีนคุมไปคนเดียวพร้อมกับลูกเรือ ๓-<r คน พวกเราคิดจะแย่งปีนแต่ก็เห็นไม่มืประโยชน์ และพวกเขาคงมีทหารที่ฝังอีก มาก ตายเปล่า เลยคิดไปดูเอาข้างหน้า เขาพาไปขึ้นเรือศรีอยุธยาเป็นลำ ที่รับเสด็จในหลวงคราวเสด็จกลับ เป็นเรือปีนลำเดียวที่ใหญ่และใข้ได้ มี ปีนใหญ่ <r นิ้ว ที่หัวเรือ ๒ กระบอก ปีนต่อล้อากาศยาน ๒๐ มม. หลาย กระบอก พอขึ้นเรือแล้วเขาให้ไปพักในห้องกินข้าว มีโต๊ะยาวและเก้าอี้นว มรอบๆ นั่งคนเดียวมียามถือปีนกลมือจ้องสวมหมวกเหล็กเมื่อเดินทางผ่านเรือรบที่จอด เขาก็โบกมือให้สัญญาณรับกันแล้วก็ ปลดผ้าใบเตรียมรบทุกลำ เมื่อพักในห้องประเดี๋ยว น.อ.อานนท์ ปุณ1ทริก าภา ฯลฯ มาหาและมากราบที่เข่าขอโทษว่า ที่ทำไมต้องการรบต้องการ จะให้การปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ไม,ต้องการมาให้ใครเป็นกฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาคุ้มครองเรื่ พวกปกครอง และพวกรัฐประหารเสวยเอกสิทธิ้ ค้า’ฝัน ค้าไม้ ฯลฯ รํ่ารวย กันใช้ไม่ได้ ค่าครองชีพก็แพงทนไม่ไหว รวมความคำพูดอย่างพวกฝ่าย ค้านและคอมมิวนิสต์นั่นเอง คงเอาตามหนังสือพิมพ์ของพระองค์ภานุ (ประชาธิปไตย) เกียรติคักดิ้ สยามรัฐ ของคึกฤทธิ้ ข้าพเจ้าก็เลยตอบว่า คุณฟังให้ดีทำไมเชื่อพวกยุแหย่ อย่าไปเชื่อหนังสือพิมพ์ ถ้าคนเรามังมี ก็จะปลูกบ้านปลูกช่อง ให้ฟ่มเฟือยหรือฝากแบงก? เราอาจค้นได้ ผมก็ สอบสวนดูแล้วไม่ปรากฏว่าใครมั่งมี พลเอกผิน ก็อยู่บ้านเติม พลโทสฤษดิ้ ก็อยู่บ้านหลวง พวกรัฐมนตรีก็ไม่เห็นมีบ้านมีช่องอย่างไร จีพีเอสตรวจจับความเคลื่นไหว  คุณควรจะสอบ ให้ดี ขออย่าให้รบกัน ขอให้เจรจากันดีกว่า ข้าพเจ้าบอกว่าจะช่วยให้เข้าใจ กันโดยไม่รบกันแต่ก็ทำไม่ไ เพราะคุณเอามาขังไว้ ขาดการติดต่อหมด พูด เพียงนี้ น.อ.อานนท์ก็ลาไปบอกว่า แล้วผมจะมาพูดใหม่ข้าพเจ้าคิดว่าคงจะพบกับนายปรืดีเป็นแน่ ต่อมาพอคํ่าลงก็เตรียม เรือเข้ารบ และเขาย้ายข้าพเจ้าไปอยู่ทางหัวเรือ เป็นห้องนายพลมี ๓ ส่วน ตอนหัวเรือเป็นห้องพัก มีโต๊ะ มีเก้าอี้นวม ต่อมาข้างท้ายเป็นห้องนํ้าซึ่ง แบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นล้วม อีกส่วนหนึ่งเป็นอ่างอาบนํ้ากระจก ฯลฯ จากห้องนี้ไปก็มีประตูออกไปทางเดินต่อระหว่างกราบขวาและซ้าย ของเรือ ข้าพเจ้าอยู่คนเดียวมียามเฝัา ตกคํ่าหิว เลยขอข้าวกิน เขาเอา ข้าวผัด ๓ จานมาวางให้กิน กินไม่ใคร่ลงเพราะผัดอย่างเลวมาก กินไปนิด หนึ่งก็หยุดกินนํ้าไป สูบบุหรี่ไป นอนบ้างตื่นบ้าง ดักฟังนำเข้า เพราะเริ่มยิงกันประปราย อ้อ พอเขาเตรียมกันเส!จแล้วก็ถอยเรือออกจากที่จอดเดิมราวๆ ท่าวาสุก รี มาจอดที่หน้ากองทัพเรือวัดอรุณ ต่อไปนี้ก็มีการยิงกันประปรายทางฝัง พระนครตลอดคืน ๒๙-๓๐ มี.ย.ในคืนนี้เขาได้มาให้พูดทางวิทยุอัดเสียง (T ครั้ง ครั้งที่ ๑ เขาให้ เขียนเองก็เขียนได้ใจความว่า ให้พูดจากัน อย่ารบกัน ครั้งที่ ๒ ก็พูดเช่น

เครื่องดักฟัง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s